14 นิสัยที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา

14 นิสัยที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา

การอดนอนไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ดูดพลังงานของคุณไป แต่สิ่งเล็กๆน้อยๆที่คุณทำ (หรือไม่ทำ) ก็สามารถทำให้คุณเหนื่อยทั้งกายและใจได้เช่นกันนะค่ะ ผู้เชี่ยวชาญได้เผยนิสัยที่ไม่ดี 14 อย่างที่จะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยโดยที่คุณไม่รู้ตัว มาดูกันสิว่าคุณมีนิสัยเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

ไม่ยอมออกกำลังกายเมื่อรู้สึกเหนื่อย

การที่ไม่ยอมออกกำลังกายเพราะต้องการเซฟพลังงานนั้นจริงๆแล้วให้ผลตรงกันข้ามค่ะ มีผลวิจัยออกมาว่าผู้ที่ออกกำลังอย่างน้อย 20 นาที สามวันต่อสัปดาห์ มีอาการเหนื่อยน้อยลงและรู้สึกมีพลังมากกว่าแต่ก่อนหลังจากออกกำลังกายไป 6 สัปดาห์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะเพิ่มความแข็งแรงและความอดทนให้กับร่างกาย ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น และยังช่วยนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเนื้อเยื่ออีกด้วย (หลังออกกำลังกายอาจจะรู้สึกเหนื่อยบ้าง แต่รับรองเลยค่ะว่าจะทำให้หลับสบายและตื่นมาอย่างสดชื่นในวันถัดไปค่ะ)

ดื่มน้ำไม่เพียงพอ

การขาดน้ำมีผลกระทบกับระดับพลังงานของร่างกาย การคายน้ำจะทำให้ปริมาณเลือดลดลงและทำให้เลือดแข็งตัว ทำให้หัวใจเต้นช้าลงและส่งผลต่อความเร็วในการลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปที่กล้ามเนื้อและอวัยวะของร่างกาย

ได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ

การขาดธาตุเหล็กสามารถทำให้คุณรู้สึกเฉื่อยชา หงุดหงิด อ่อนแอและไม่สามารถโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ได้ ดังนั้นคุณจึงเหนื่อยด้วยปริมาณออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและเซลล์น้อย ฉะนั้นเพิ่มการบริโภคธาตุเหล็กของคุณเพื่อลดความเสี่ยงของการเป็นโรคโลหิตจาง

คุณสมบูรณ์แบบเกินไป

การมุ่งมั่นที่จะเป็นคนสมบูรณ์แบบ ทั้งที่จริงๆแล้วมันเป็นไปไม่ได้ และยังทำให้คุณทำงานหนักมากและนานเกินความจำเป็นอีกด้วย การตั้งเป้าหมายที่ยากเกินไปและเป็นไปไม่ได้นั้น สุดท้ายแล้วก็จบลงที่ความล้มเหลวและความรู้สึกที่ไม่ดีต่อตัวคุณเองค่ะ เพราะฉะนั้นปล่อยวางบ้างก็ได้ค่ะ

ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

การที่คุณคิดว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีอยู่ตลอดเวลา ความวิตกกังวลนี้จะทำให้คุณเหนื่อยใจเป็นอย่างมาก เมื่อรู้สึกว่าคุณกำลังมีอาการแบบนี้ ให้หายใจลึกๆ และลองออกไปทำสิ่งต่างๆ เช่น การนั่งสมาธิ การออกกำลังกายหรือการพูดคุยกับเพื่อน สิ่งเหล่านี้อาจช่วยให้คุณรับมือกับมันได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

ไม่ยอมทานอาหารเช้า

อาหารคือแหล่งพลังงานของร่างกาย เวลาคุณนอน ร่างกายก็ยังดูดพลังงานจากสิ่งที่คุณทานไปเมื่อตอนเย็น ดังนั้นเวลาคุณตื่นมาตอนเช้า คุณก็ต้องเติมพลังด้วยอาหารเช้า และเมื่อร่างกายไม่ได้รับอาหารเช้า ก็จะเกิดอาการเฉื่อยชา อาหารเช้าที่ดีต้องมีส่วนผสมของธัญพืช และไขมันที่ดีต่อสุขภาพค่ะ

คุณมีชีวิตอยู่ได้ด้วย ”อาหารขยะ”

“อาหาร” หรือก็คืออาหารที่เต็มไปด้วยน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต โดยที่คุณจะพบมากที่สุดในอาหารกล่องและตามร้าน Drive Thru การที่ระดับน้ำตาลผันผวนจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยตลอดวันได้ ทางที่ดีควรทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่คงที่ที่สุด ด้วยอาหารที่มีลีนโปรตีนพร้อมกับธัญพืชในทุกมื้อ ตัวเลือกที่ดีคือ ไก่ (ด้วยการอบ ไม่ใช่การทอด) กับข้าวกล้อง หรือ ปลาแซลมอนกับมันเทศ หรือ สลัดกับไก่และผลไม้

คุณมีปัญหาในการพูดคำว่า ไม่

การทำให้ผู้อื่นมีความสุขมักจะมาพร้อมกับการสูญเสียพลังงานและความสุขของตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นหากมีคนมาขอร้องให้คุณทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ คุณไม่จำเป็นต้องตอบตกลงเสมอไป ฝึกให้ตัวเองปฏิเสธคนอื่นบ้างก็ได้

ที่ทำงานรกและยุ่งเหยิง

โต๊ะที่รกๆจะทำให้คุณเหนื่อยใจ เพราะความสามารถในการโฟกัสและประมวลข้อมูลของคุณจะถูกจำกัด เช่น หาของไม่เจอ ทำเอกสารเลอะ ฯลฯ ฉะนั้นทางที่ดีในตอนท้ายของแต่ละวันควรตรวจสอบสิ่งของต่างๆว่าจัดเก็บเรียบร้อยแล้วหรือยัง มันจะช่วยให้คุณมีการเริ่มต้นที่ดีให้กับวันของคุณในเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะคุณจะเห็นโต๊ะที่เป็นระเบียบ สบายตา และน่าทำงานมากยิ่งขึ้น

คุณทำงานในช่วงวันหยุด

อาจจะไม่ต้องถึงกับทำงานในวันหยุดยาวก็ได้ แค่คุณเช็คอีเมลในช่วงที่คุณกำลังว่ายน้ำก็เป็นการเพิ่มความเหนื่อยให้กับคุณได้แล้ว เมื่อคุณใช้เวลาพักอย่างแท้จริงคุณจะมีความคิดสร้างสรรค์ มีประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ดังนั้นในช่วงเวลาพักของคุณ ก็ควรจะพักผ่อน ชาร์จพลังให้เต็มที่เพื่อพร้องที่จะทำงานในวันต่อๆไป

คุณดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ดีที่ช่วยกดประสาท แต่มันมีผลร้ายแรงต่อการนอนหลับ  แอลกอฮอล์จะให้ผลที่ตรงกันข้าม ซึ่งก็คือกระตุ้นระบบความตื่นเต้น และนี่คือเหตุผลที่คุณมีแนวโน้มที่จะตื่นขึ้นมาในตอนกลางดึกหลังจากที่คุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ข้อแนะนำคือคุณควรหยุดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3-4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

คุณเช็คอีเมลก่อนนอน

แสงของแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือ คอมพิวเตอร์สามารถสกัดระบบไหลเวียนตามธรรมชาติของร่างกายโดยจะยับยั้งสารเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวกับวงจรการนอนและตื่นของคุณ ผลกระทบจากของเล่นไฮเทคจะแตกต่างในแต่ละคน แต่โดยทั่วไปก็ควรจะหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีทุกอย่าง 1-2 ชั่วโมงก่อนนอน  หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรจะให้หน้าจอห่างจากใบหน้าของคุณอย่างน้อย 14 นิ้ว เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการรบกวนการนอนของคุณ

คุณพึ่งคาเฟอีนเพื่อที่จะผ่านวันๆหนึ่งไป

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยคาเฟอีนไม่ใช่เรื่องใหญ่ ในความเป็นจริงแล้วการดื่มกาแฟ 3 แก้วต่อวันเป็นสิ่งที่ดี แต่การดื่มคาเฟอีนแบบผิดๆจะมีผลการทบต่อวงจรการนอนและตื่นของคุณ การดื่มกาแฟก่อนนอน 6 ชั่วโมงก็มีผลต่อการนอนของคุณ ดังนั้นหยุดตัวเองไว้แค่ตอนบ่ายแก่ๆก็พอ

คุณนอนดึกในวันหยุดสุดสัปดาห์

การนอนดึกในคืนวันเสาร์และตื่นสายในเช้าวันอาทิตย์ จะทำให้การนอนหลับในคืนวันอาทิตย์และการตื่นในเช้าวันจันทร์ของคุณเป็นสิ่งที่ยากขึ้น ดังนั้นพยายามตื่นให้ใกล้เคียงกับเวลาที่คุณตื่นปกติทุกวัน และนอนพักในตอนบ่าย การนอนพักแค่ 20 นาทีเป็นการชาร์จพลัง ซึ่งเป็นการนอนที่จะไม่ทำให้คุณตื่นมาแล้วรู้สึกเหนื่อยมากกว่าเดิมเหมือนการนอนหลับลึกด้วยซ้ำ

อย่าลืมทำตามกันนะค่ะ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานและความสุขของตัวคุณค่ะ

 

Credit: http://time.com/2828800/bad-habits-drain-energy/